ป่าพรุ ท่าปอมคลองสองน้ำ

Hotels2thailand.com 
Thailand2booking.com

ป่าพรุ ท่าปอมคลองสองน้ำ

ป่าพรุ ท่าปอมคลองสองน้ำ ข้อมูลท่องเที่ยวกระบี่่ สถานที่ท่องเที่ยวกระบี่ ใช้เป็นข้อมูลในการเตรียมพร้อมสำหรับนักท่องเที่ยว การศึกษาค้นคว้าสำหรับนักเรียนนักศึกษา หรือสำหรับบุคลลทั่วไปที่สนใจ โดยอ้างอิงข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

 

 

 

 

 


 
คำขวัญประจำจังหวัดกระบี่ -> แหล่งถ่านหิน ถิ่นหอยเก่า เขาตระหง่าน ธารสวย รวยเกาะ เพาะปลูกปาล์ม
                                     งามหาดทราย ใต้ทะเลสวยสด มรกตอันดามัน สวรรค์เกาะพีพี
 
 
จังหวัดกระบี่
       
ข้อมูลทั่วไป สถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ สถานที่พักแรม แผนที่
       
 
สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่  
อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา หมู่เกาะพีพี
เขาขนาบน้ำ ป่าพรุ ท่าปอมคลองสองน้ำ อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา
สุสานหอย หาดไร่เล  อ่าวนาง 
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ - บางคราม ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านทุ่งหยีเพ็ง  กิจกรรมทางการท่องเที่ยว
   

ป่าพรุ ท่าปอมคลองสองน้ำ

ตั้งอยุ่ที่ ต.เขาคราม อ. เมือง อยุ่ในความดูแลของ อบต.เขาคราม  เป็นแหล่งศึกษาเชิงนิเวศวิทยา เพื่อเรียนรู้ความสมบูรณ์ของธรรมชาติทั้งในแง่ของทางน้ำใต้ดิน และพืชพรรณที่สามารถเติบโตได้ทั้งในน้ำและบนดิน  คลองสองสายน้ำมีลักษณะพิเศษคือ ลำคลองมีทั้งช่วงที่น้ำจืดสนิท และช่วงที่มีน้ำกร่อย  เมื่อน้ำทะเลลด น้ำในคลองจืดสนิท ยามน้ำทะเลขึ้นก็เปลี่ยนเป็นคลองน้ำเค็ม ได้ลำธารที่ใสสะอาดราวกระจก อุดมไปด้วยหญ้าทะเลเขียวสดงอกงามจำนวนมาก  ทำให้สามารถพายเรือแคนู ในคลองสองน้ำได้  หรือใช้เส้นทางเดินธรรมชาติ ซึ่งผ่านป่าพรุน้ำจืดและรอยต่อป่าสองถิ่น ตลอดแนวลำคลอง ความยาวประมาณ 700 เมตร ตลอดทางเดินนักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสความงามของพื่ชวงศ์ปาล์ม เช่น มะพร้าว ตาล อ้อและต้นหมากชนิดต่างๆ รวมถึงระกำ หวาย ชมพู่น้ำ โกงกาง และผักพื้นบ้านนานาชนิด 

ความใสสวยของคลองสองน้ำนับเป็นเสน่ห์ดึงดูดใจให้คนมาเที่ยวป่าท่าปอมกันไม่ได้ขาด(ภาพ : ททท.)

คลองสองน้ำ

    คลองสองน้ำ เป็นคลองที่เกิดจากลักษณะพิเศษของระบบนิเวศ ที่ในช่วงขึ้น 12 ค่ำไปจนถึง แรม 5 ค่ำ ที่น้ำทะเลหนุนขึ้นสูงซึ่งชาวบ้านในพื้นที่เรียกกันว่า“น้ำใหญ่”นั้น น้ำทะเลจะหนุนสูงลึกเข้ามาในคลองท่าปอมถึงศาลาเล่นน้ำและผสมกับน้ำจืดในคลองท่าปอมกลายเป็นคลองน้ำกร่อยที่มีสีฟ้าค่อนข้างขุ่น
    แต่ว่าก็เป็นช่วงเวลาไม่นาน เพราะหลังจากนั้นน้ำทะเลก็จะลง และถูกแทนที่ด้วยน้ำจืดที่ใสแจ๋ว ซึ่งไม่ได้เกิดจากการที่มีคนไปช่วยกันแกว่งสารส้มแต่อย่างใด แต่ว่าเกิดจากการที่ลำธารสายนี้มีต้นกำเนิดจากเขาหินปูนที่มีสารแคลเซียมคาร์บอเนตที่มีคุณสมบัติในการจับตะกอนและสารแขวนลอยให้จมตัว
    เมื่อสายน้ำไหลผ่านหินปูนเจ้าสารตัวนี้ก็จะละลายปนมาพร้อมกับจับสารแขวนลอยไหลไปจมตัวในน้ำนิ่ง น้ำในลำคลองท่าปอมจึงใสไหลเย็นมองเห็นตัวปลาและพืชใต้น้ำได้อย่างชัดเจน แต่ว่าในน้ำจืดที่รสจืดสนิทกลับไม่เหมาะสมต่อการดื่มด้วยประการทั้งปวงเนื่องจากว่ามีหินปูน เมื่อดื่มกินเป็นประจำนิ่วถามหาแน่นอน 

บางช่วงในคลองท่าปอมทางอบต.เขาครามเปิดให้นักท่องเที่ยวเล่นน้ำได้ในกฎ กติกา ที่วางไว้
 

    เพราะฉะนั้นน้ำจืดที่คลองสองน้ำแห่งป่าท่าปอมจึงเหมาะที่จะเดินชมความงามมากกว่า เพราะยามที่สายน้ำจืดที่ใสแจ๋วแหววต้องแสงแดด จะส่งประกายระยิบระยับราวแก้วผลึก โดยบางช่วงใต้ท้องน้ำจะงดงามด้วยสีเขียวสดจากพืชใต้น้ำที่มองเห็นได้อย่างถนัดถนี่ตา ส่วนบางช่วงก็ดูเพลินตาด้วยฝูงปลาที่แหวกว่ายทวนสายน้ำที่ไหลเอื่อยๆ โดยความงามของทั้งสายน้ำจืดและสายน้ำกร่อยนั้น เราๆท่านๆสามารถเดินชมความงามได้ในเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ทาง อบต.เขาคราม สร้างขึ้นเป็นวงรอบในระยะทาง 700 เมตร ซึ่งนอกจากคลองสองน้ำแล้ว ป่าท่าปอมก็ยังมีป่าธรรมชาติถึง 3 ป่า ให้เลือกชมในเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติโดยไม่ต้องเดินลุยเข้ารกเข้าป่าแต่ประการใด
       
    สำหรับป่าชนิดไหนมีลักษณะอย่างไรว่าหากมาเดินในเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ป่าท่าปอมแม้ว่าจะไม่ใช่กูรูเรื่องป่า แต่ว่าก็น่าจะสังเกตไม่ยาก เนื่องจากว่าป่าแต่ละประเภทต่างก็มีลักษณะเด่นแตกต่างกันออกไป โดย ป่าชายเลน จะเห็นเป็นจุดแรกตั้งแต่ก่อนเข้าสู่เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ซึ่งจะเห็นรากของต้นโกงกางที่เป็นดังพระเอกของป่าชายเลนขึ้นโชว์รากระโยงระยางอยู่ทั่วไป
       
    และเมื่อเดินไปทางขวาบนสะพานประมาณ 20 เมตร ก็จะได้เห็น ป่าพรุน้ำจืด ที่เป็นป่าหาดูได้ยาก โดยป่าพรุท่าปอมมีลักษณะต่างจากป่าพรุทั่วไป คือเป็นป่าพรุบนดอนที่น้ำไม่ท่วมขังเหมือนป่าพรุอื่นๆ แต่ว่าใครอย่าเผลอลงไปเดินในป่าพรุเข้าให้หละ เพราะดินแฉะๆที่ดูไม่น่าลึกไหร่ แต่ว่าหากลงไปเดินก็จะจมไปครึ่งค่อนตัวทีเดียว ซึ่งทางที่ดีควรเดินชมเสน่ห์ของป่าพรุบนสะพานนั่นแหละดีที่สุด
       
    สำหรับพืชพันธุ์ที่เด่นแห่งป่าพรุท่าปอมก็คงจะไม่มีอะไรเกิน ตังหนใบเล็ก (วงศ์ GUTTIFERAE) ไม้ยืนต้นขนาดกลาง ที่มีรากรูปร่างพิลึก คือเป็นรากที่ดูคล้ายหัวเขาที่งอพับ โผล่พ้นพื้นดินขึ้นมาประมาณ 20 เซนติเมตรดูปแปลกตาน่ามอง

แม้ว่าคลองท่าปอมจะเป็นอันซีนไทยแลนด์แต่ว่าชาวบ้านแถวนั้นก็ยังคงอาศัยสายน้ำออกสู่ทะเลหาปลาไม่แปรเปลี่ยน
       

       จากป่าพรุเมื่อเดินผ่านบรรยากาศอันชวนมองก็จะเข้าสู่บรรยากาศของ ป่าดิบชื้น ที่ลักษณะของป่านี้ก็สังเกตไม่ยาก เพราะ 2 ป่าที่ผ่านมาจะเป็นป่าที่ส่วนมากเป็นต้นไม้เล็กๆและเป็นป่าโปร่ง แต่ว่าพอเข้าเขตป่าดิบชื้นจะสัมผัสได้ถึงต้นไม้อันร่มครึ้มที่เต็มไปด้วยไม้ยืนต้นขนาดใหญ่
       
       ของดีที่ผืนป่าท่าปอมยังไม่หมดแค่นี้ เพราะที่นี่ยังมีเสน่ห์ของรากไม้ให้ชวนมองอยู่ทั่วไปตามริมตลิ่งสองฝั่งคลองโดยรากของต้นไม้หลายประเภทจะปรับตัวด้วยการโผล่รากขึ้นมาหายใจ ในลักษณะเลาะเลี้ยวเคี้ยวโค้งเกี่ยวกวัดรัดกันไปมาดูสวยงามแปลกตาน่ามอง โดยรากของตนไม้ที่พบมากก็เห็นจะหนีไม่พ้นรากของต้นชมพู่น้ำ ซึ่งต้นไม้ชนิดนี้ใช่แค่มีรากที่มีเสน่ห์ แต่ว่ายามที่ชมพู่น้ำออกดอกก็มีเสน่ห์ไม่แพ้กัน เพราะว่าแต่ว่าดอกของชมพู่น้ำที่มีช่อสั้นๆมีเกสรตัวผู้สีขาวนวลดูเล็กฝอยฟูฟ่องนั้นงามไม่เบาทีเดียว โดยเพาะยามที่ดอกชมพู่น้ำร่วงหล่นลงไปลอยในสายน้ำดูพลิ้วไหวนั้นน่าชมมากๆ
       
       และพวกรากไม้ต่างๆนี่แหละที่ถือเป็นจุดเกาะยึดอย่างดีของคนที่ลงไปเล่นน้ำ ซึ่งทางอบต.เขาครามเปิดบางช่วงให้นักท่องเที่ยวลงไปแหวกว่ายเล่นน้ำได้ แต่ว่าต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ส่วนใครที่อยากสัมผัสกับความมหัศจรรย์ของธรรมชาติแห่งป่าท่าปอมในความรู้สึกที่แตกต่างไปจากการเดินชมบนสะพาน ก็สามารถพายเรือแคนูชมความงามของคลองสองน้ำและป่าท่าปอมได้
       
       นอกจากนี้ที่ป่าท่าปอมยังมีแก่งหินที่สีเหลืองคล้ายมัสตาร์ดที่เป็นความมหัศจรรย์ธรรมชาติอย่างหนึ่ง โดยแก่งหินเหลืองนี้เกิดจากหินดินดานทำปฏิกิริยากับอากาศจนเกิดเป็นโขดหินสีเหลืองทั่วไปในลำน้ำ เรียกได้ว่าในผืนป่าท่าปอมนี่มีธรรมชาติที่ชวนให้อัศจรรย์ใจอยู่มากหลาย ซึ่งคิดว่าสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผืนป่าท่าปอมคงความมหัศจรรย์มาถึงทุกวันนี้ก็เพราะเรื่องราวตำนานอาถรรพ์ของผืนป่าแห่งนี้

 
บนทางเดินช่วงแก่งหินสีเหลืองนับเป็นหนึ่งในจุดถ่ายรูปยอดนิยมของเหล่านักท่องเที่ยว
      

       โดยในอดีตย้อนไปเมื่อ 130 กว่าปีที่ผ่านมาป่าท่าปอมนับเป็นดินแดนอาถรรพ์น่ากลัวที่ไม่มีใครกล้าย่างกรายเข้าไป แต่เมื่อ “โต๊ะปอม” “โต๊ะหมัน” และ “นายกาแมะ” ผู้เก่งกล้าในวิชาอาคมได้มาบุกเบิกและอาศัยอยู่ที่ผืนป่าปอม ซึ่งชาวบ้านที่อาศัยรุ่นต่อๆมาต่างก็เล่ากันว่ามักจะพบจระเข้ขาวปรากฏตัวอยู่เสมอในแอ่งน้ำของป่าท่าปอม พวกเขาเชื่อกันว่าจระเข้ขาวคือเจ้าที่ผู้มาปกปักรักษาป่าผืนนี้ให้คงความอุดมสมบูรณ์
       
       สมัยก่อนชาวบ้านจะไม่ลงเล่นน้ำในวันเสาร์และอังคารเด็ดขาดเนื่องจากเชื่อว่าจะทำให้เกิดอาเพศต่างๆ ส่วนชาวชุมชนก็ได้อาศัยสายน้ำเป็นเส้นทางออกหาปูปลาในทะเลนับจากอดีตเรื่อยมาถึงปัจจุบัน โดยส่วนใหญ่ก็จะกลับเข้าฝั่งมาด้วยปูปลาที่เต็มลำ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าท้องน้ำในแถบนั้นยังคงความอุดมสมบูรณ์อยู่มาก
       
       ณ วันนี้อาถรรพ์ของป่าท่าปอมถูกกระแสทุนนิยมกลบเลือนหายไป แต่ว่าความมหัศจรรย์ของป่าท่าปอมและคลองสองน้ำยังคงอยู่ ซึ่งก็จำเป็นอย่างยิ่งที่ทั้งนักท่องเที่ยว ผู้ดูแลผืนป่าและคนในพื้นที่ต้องช่วยกันดูแลรักษาผืนป่ามหัศจรรย์แห่งนี้ให้อยู่คู่โลกไปตราบนานเท่านาน
       
       ทั้งนี้ก็เพราะว่าหลังจากที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)ยกให้ป่าท่าปอมเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวอันซีนไทยแลนด์ก็ทำให้มีคนแวะเวียนมาเที่ยวป่าท่าปอมกันไม่ได้ขาด แน่นอนว่างานนี้ถ้าอบต.เขาคราม จัดการไม่ดีป่าท่าปอมพังแน่ เพราะการท่องเที่ยวนั้นเปรียบเสมือนดาบ 2 คม ที่ด้านหนึ่งนำความเจริญและนำรายได้เข้าสู่ชุมชน แต่อีกด้านหนึ่งก็เป็นตัวเร่งทำลายธรรมชาติและวิถีชีวิตวัฒนธรรมอย่างร้ายกาจไม่แพ้กัน


       สำหรับการเดินทางสู่ป่าท่าปอมนั้นจากตัวเมืองกระบี่ไปตามทางหลวงหมายเลข 4 ทางไป อ.อ่าวลึก ประมาณ 22 กม. เมื่อถึงบ้านทุ่ง ซ้ายมือจะมีป้ายบอกทางไปป่าท่าปอมคลองสองน้ำให้เลี้ยวซ้ายไปประมาณ 5 กม. ก็จะถึงลานจอดรถ ที่มีสวนปาล์มอยู่ขวามือ เสียค่าจอดรถ รถเก๋ง รถตู้ รถกระบะ 20 บาท รถบัส 100 บาท มอเตอร์ไซค์ จักรยาน 10 บาท ส่วนค่าเข้าชมป่าท่าปอม คนไทย ผู้ใหญ่ 10 บาท เด็ก 5 บาท ต่างชาติ ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 30 บาท ค่าเช่าเรือแคนู ชั่วโมงละ 100 บาท วันละ 700 บาท

ข้อมูลโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

 

 
 
Custom Search
 
 
Copyright © 2008 www.thailand2booking.com. พันธมิตร จองโรงแรม ที่พัก ห้องพัก. All rights reserved.